2006/Oct/13

มุขศาสตร์

คิดว่าทุกคนคงจะรู้จักคำว่า มุข กันดีนะครับ

...มุขเป็นสิ่งที่เราพบเจออยู่ทุกวันในชีวิตประจำวัน
....ตั้งแต่เช้า ปล่อยมุข แซวแม่ก่อนออกจากบ้านไปเรียน
จนกระทั่งเล่นมุขเสี่ยวๆลาแฟนก่อนนอน (...ซึ่งหาได้ตามฟอร์เวิร์ดเมลทั่วไป )

ใครจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระยังไงก็ช่าง
...แต่ผมเห็นว่ามันเป็น " ศาสตร์ "และ ศิลป์ อย่างหนึ่งครับ

คิดดูสิ ....ระหว่างบทสนทนาซึ่งต่อเนื่องกันนั้น
คุณมีเวลาเพียงไม่ถึงวินาทีในการเก็บข้อมูล จากคำพูดของคู่สนทนาคุณ
ผ่านกระบวนการคิดในสมอง และ สวนกลับไปอย่างทันที
.....นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะเนี่ย

การเล่นมุขนั้นก็ มีมานานตั้งแต่สมัยยุกคึกดำบรรพ์มาแล้ว
...เคยมีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การเล่นมุขของมนุษย์ยุคหินอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ
จนถูกไดโนเสาร์ตื้บแบนเป็นฟอสซิลมาแล้ว ................(มีเรื่องแบบนี้ด้วยเรอะ??)
....ซึ่งคุณจะอ่านข้ามย่อหน้านี้ไป ก็ไม่ทำให้สูญเสียเนื้อความของบทความนี้แต่ประการใด = ="

หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของมุขไป หาว่าไร้สาระ ติ๊งต๊องมั่ง
แต่หากคุณมองในอีกมุมหนึ่ง มุข เป็นการทำให้บทสนทนาเป็น ไปอย่างราบรื่น
ไม่ซีเรียสจนเกินไป
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องคำนึงถึงกาลเทศะมาเป็นอันดับแรก
.ไม่ใช่คุณจะไปปล่อยมุขตอนประชุมสภามันก็ใช่ที่ = =
นอกจากนี้ มุขยังเป็นตัวช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูงได้อย่างดี หากใช้ถูกวิธี
อย่างไรก็ตาม ถึงมุขจะมีคุณมากมาย แต่มันก็มี ด้านมืดของพลัง เช่นกัน หากเราเผลอพลาดพลั้งไปกับอำนาจด้านมืดของมัน (เอ๊ะ คุ้นๆ เหมือนหนังเรื่องอะไรน๊าาา?? )
ซึ่งผมจะกล่าวในโอกาสต่อไป

ประเภทของมุข

นาย ซงย้ง (นามสมมุติ) ได้จำแนก ประเภทของมุข ออกเป็นหลายสายด้วยกันตามลักษณะการใช้
(..คล้ายกับ "เน็น" ในการ์ตูน HUNTER X HUNTER )
ซึ่งนักเล่นมุขแต่ละคนจะมีความถนัดต่างๆกัน ตามการฝึกฝนและพรสวรรค์

1. สายจู่โจม
ภาษาชาวบ้านมักจะเรียกว่า "มุขกวนตีน" เป็นมุขที่ โจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างโจ้งๆ ไม่อ้อมค้อม
ใช้การประมวลผลจากลักษณะภายนอกของ"เหยื่อ" อย่างรวดเร็ว แล้วจู่โจม
โดยมากใช้เป็น มุขโหมโรง หรือ "มุขเปิด" แล้วค่อยตามด้วยมุขสายอื่นๆตามมา
ตัวอย่าง
" ..เฮ้ย ไอ้ปื๊ด ใส่รองเท้าใหม่มานี่หว่า .....อ๋อ ยี่ห้อนี้ตลาดนัดแถวบ้านตรูขาย 3 เข่งสิบว่ะ กร๊ากกกกๆ " (ปลาทูยังแพงกว่าเลยนิ = =" )

2.สายเสริมพลัง
หลังจากปล่อยมุขจู่โจมไปแล้ว เพื่อนอีกคนอาจผสมโรงตามด้วยมุขสายนี้
เพื่อความกวนตรีนที่ได้อรรถรสยิ่งขึ้น ....
ตัวอย่าง (ต่อจากตะกี๊นี้) " แพงไปแล้วไอ่เว็ง...... แถวบ้านข้า ซื้อโอเล่ 3 เม็ดแล้วแถมว่ะ "

3. สายเคาน์เตอร์ ( ปัดออก หรือ สวนกลับ)
.....หึ หากคุณเป็น นักเล่นมุขมือโปรแล้วล่ะก็ มีฤา จะอยู่เฉยๆให้พวกเพื่อนคุณมากัดแกะแทะโลมเล่นเอาง่ายๆ
คุณใช้เวลา 0.001 วิ หลังจากที่ อณูมุข ของศัตรูคุณผ่านโสตประสาท เข้ามากระทบ กระดูกค้อน ทั่ง โกลน ของคุณ
ในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว แล้วยิงมุขปัดออกไป....

" เฮ้ย พวกเอ็งจำผิดอ๊าป่าวว? (ทำหน้าจริงจัง) .....นี่มันเป็นรองเท้าที่ นโปเลียนใส่ ตอนตีกรุงโรมเชียวนะโว้ย .... ตูไปประมูลมา แมร่งโคตรถูกเลยว่ะ 12 ล้านเอง " (ทำหน้ากวนตีนแล้ว ตามด้วยมุขสายเสริมพลัง)
"..คือ..เศษตังค์ว่ะ แมร่งรกกระเป๋า "

หรือ .... คุณจะสวนกลับก็ยังได้

" คือ .จริงๆวันนั้นที่ข้าไปบ้านเอ็ง ใส่รองเท้ามาผิดว่ะ เลยว่าจะใส่มาคืน .อ๋อตกลงเอ็งซื้อลูกอมแล้วมันแถมใช่มะ " (ทำหน้าจริงจังแล้วตามด้วยมุขสายเสริมพลัง)
เฮ้ยวันหลังไม่มีก็บอกดิวะ ตูจะได้บริจาคซักคู่ 2 คู่ แมร่งรกบ้านกรูว่ะ

(หมายเหตุ : คุณมีเวลาจำกัดในการ เคาน์เตอร์ ... หากเพื่อนคุณมันเริ่มประเด็นใหม่แล้ว ให้ยอมๆมันไปก่อน อย่าไปเล่น มุขจะแป้กโดยปริยาย ......
..(ยกเว้นเพื่อนคุณมันจะเป็นพวกความรู้สึกช้า) )

4.สายแทรกสอด
หรือเรียกอีกอย่างว่า " มุขทะลุกลางปล้อง " ใช้ในการขัดบทสนทนาชาวบ้าน
หรือเฉไฉออกนอกเรื่องนอกราวไปซะงั้น มุขสายนี้ค่อนข้างอันตราย ควรเล่นดูตาม้าตาเรือ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเล่น อาจโดนรุมตื้บเอาง่ายๆ
ตัวอย่าง เพื่อนๆ : " ตกลงเราจะดูหนังเรื่องอะไรกันดีวะ "
เพื่อนๆ : " สตาวอร์ละกัน โอเคมะ "
เพื่อนๆ(ตกลงกันได้แล้ว) : " อื้มๆ เอาดิๆ "
ไอ้ตัวเจือก : " เราว่าไปดู "หนังกำพร้า" กันดีกว่าว่ะ "
(หมายเหตุ: เรื่องนี้ถ่ายทำจากเรื่องจริง)

5. สายกวนบาทา
มุขสายนี้ ใช้ในประโยคตอบรับ เป็นการตอบแบบไม่ตรงคำถาม หรือเรียกว่าตอบแบบกวนตรีน นั่นเอง
มุขนี้คล้ายๆกับสายแทรกสอด คือ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเล่น กวนบาทาแค่ขำๆพอประมาณ
อย่าให้ถึงขนาดต้องลงไม้ลงมือ (ลงตีน) กันเลยยย
ตัวอย่าง แฟนคุณ ที่รักจ๋า วันนี้เราไปไหนกันดีจ๊ะ
คุณ ไปตีหัวพ่อคุณดีมั๊ยจ๊ะ

(หมายเหตุ: : ปัจจุบันได้ข่าวว่า คุณผู้ชายข้างบนกำลังรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง )


นอกจากนี้ยังมีประเภทย่อยๆ ของมุขอีกมากมาย ซึ่งผมจะกล่าวถึงในโอกาสต่อๆไป


จรรยาบรรณของนักเล่นมุข

การเป็นนักเล่นมุขที่ดี ควรเล่นมุขภายใต้กรอบจรรยาบรรณ ใช้มุขเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ ทำลาย
ข้อปฎิบัติพื้นฐานของนักเล่นมุขที่ดีมีดังนี้
1. ไม่ดูถูกมุขคนอื่นว่าแป้ก
. นักเล่นมุขฝึกหัดอาจยังจับจังหวะการยิงไม่ถูก อาจเรียบเรียงคำได้ไม่สละสลวยเพียงพอ (การใช้คำก็สำคัญในการเล่นมุข มากไปหรือน้อยไปก็ทำให้แป้กได้ .) เพราะฉะนั้นนักเล่นมุขที่ดีไม่ควรซ้ำเติมให้อับอาย
2. ไม่เล่นมุขโจมตีสถาบันครอบครัว ศาสนา หรือ สิ่งที่พึงเคารพ( เช่น เมีย ???) ของฝ่ายตรงข้าม
3. ไม่เล่นมุขสกปรก ลามก ซกมก
4. เล่นให้ถูกกาละเทศะ รู้ที่ต่ำที่สูง
5. มุขสะอาด ต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้อย่างจริงใจ ไม่ใช่หัวเราะเฝื่อนๆ

ด้านมืดของพลัง (Darkside)

นักเล่นมุขมือฉมังบางคน ปล่อยมุขเป็นว่าเล่น ปล่อยยังไง๊ยังไงก็ฮา บางทีอาจพลาดพลั้งเผลอลืมตัวละเมิดกฏเหล่านี้ ไป และเข้าสู่ "ด้านมืดของพลัง"
.เล่นมุขสกปรกโจมตีชาวบ้าน ด่าพ่อแม่คนนู้นคนนี้ บ้างก็เล่นมุขลามกตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัย
(.พบได้มากตามวงเหล้า และ พวกครูฝึกทหารบางคน = = )
พวกนี้ ถึงมันจะฮาจริง .แต่มันฮาแบบไม่บริสุทธ์ บางคนก็ฮาไม่ออก ไม่ก็หัวเราะแบบเฝื่อนๆ
อย่าลืมว่า..
มุขสะอาด ต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้อย่างจริงใจ ไม่ใช่หัวเราะเฝื่อนๆ


อ้อ เกือบลืมๆ


วันนี้ คุณเล่นมุขแล้วหรือยัง???

credit http://webboard.mthai.com/7/2006-05-06/231563.html

แบบทดสอบ http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=16588


edit @ 2006/10/13 22:19:42

Comment

Comment:

Tweet


เอ้ย!! น้องพี่ทำไมมันมุขแป๊กอย่างงี่ปะนี้หืม

ขอเยื่นไว้อาลัยมุขสัก 12 นาทีอะ ก๊ากก อะนะ
#3 by Neaw At 2006-11-02 23:47,
มุก เมื่อยิงไปแล้วบางครั้งจำเป็นต้องมีคนรับ
ถ้าไม่มีคนคอยรับ อาจทำให้มุกตกกระจาย หรือแป๊กได้
#2 by ~the xnux~ At 2006-10-20 22:55,
มุขเป็นสิ่งที่หมดอายุง่าย...หากยิงไปเเล้วผู้รับต้องขำทันที ไม่งั้นก็เสีย บูด ต้องทิ้งไป....
#1 by KusaYoshi At 2006-10-13 22:29,